ต้นทุนการเทรด

ต้นทุนการเทรดทอง XAU/USD กับ FxPro ประกอบด้วยอะไรบ้าง และคำนวณจากปริมาณของคุณอย่างไร

ต้นทุนการเทรดทองหนึ่งครั้งคือผลรวมของ spread ค่าคอมมิชชัน (ถ้ามี) และ swap ข้ามคืน โดยตัวเลขที่คุณจ่ายจริงขึ้นอยู่กับบัญชีที่เลือก ปริมาณที่เทรด และเวลาที่ถือสถานะ

ต้นทุนของการเปิดและปิดโพซิชันหนึ่งรอบสเปรดจ่ายทันทีที่คุณเข้าออเดอร์ค่าคอมมิชชันเฉพาะบัญชีแบบ raw spreadสวอปทุกคืนที่ถือโพซิชันไว้แท่งกราฟแสดงว่าต้นทุนใดมักมีสัดส่วนหลักในช่วงถือสถานะ ไม่ใช่จำนวนเงินที่ต้องจ่ายจริง ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและเวลาที่คุณเทรด
ต้นทุนตัวใดจะเด่นขึ้นอยู่กับว่าคุณถือ posición นานแค่ไหน ไม่ใช่ขึ้นกับแพลตฟอร์มที่คุณใช้ถือ

ต้นทุนการเทรดทองหนึ่งครั้งประกอบด้วยอะไรบ้าง

ต้นทุนการเทรดทอง XAU/USD หนึ่งครั้งประกอบด้วยสามส่วนหลัก ได้แก่ spread ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายที่คุณจ่ายทันทีที่เปิดสถานะ ค่าคอมมิชชันต่อล็อตซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทบัญชี และ swap ซึ่งเป็นค่าถือสถานะข้ามคืนที่คิดตามขนาดสถานะและทิศทางที่ถือ

บัญชี Standard ของ FxPro ไม่มีค่าคอมมิชชันแต่ใช้ spread แบบลอยตัว ส่วนบัญชี Raw+ และ cTrader คิด spread แบบดิบบวกค่าคอมมิชชันต่อล็อต ดังนั้นผู้อ่านที่เทรดบ่อยควรเทียบต้นทุนรวมต่อรอบ ไม่ใช่ดูแค่ spread หรือค่าคอมมิชชันแยกกัน

ทองหนึ่ง standard lot เท่ากับ 100 ออนซ์ และหนึ่ง pip เท่ากับ 0.01 ดังนั้นการขยับหนึ่ง pip มีมูลค่าต่อล็อตที่แน่นอน คุณสามารถใช้เครื่องคำนวณ pip value และ position size ของเราเพื่อแปลงต้นทุนเหล่านั้นเป็นจำนวนเงินจริงตามขนาดที่คุณจะเทรด

สิ่งที่เราเลือกไม่เผยแพร่ และเหตุผลที่คุณควรรู้

เราเลือกไม่เผยแพร่ตัวเลข spread ค่าคอมมิชชัน swap และเงินฝากขั้นต่ำเป็นตัวเลขคงที่บนหน้านี้ เพราะตัวเลขเหล่านี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบัญชี สภาพตลาด และเวลาที่ทำรายการ การแสดงตัวเลขเดียวอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นต้นทุนถาวร เราจึงอธิบายว่าต้นทุนประกอบด้วยอะไรและให้คุณตรวจสอบตัวเลขจริงบนแพลตฟอร์มหรือสอบถามฝ่ายสนับสนุนภาษาไทยของ FxPro

ข้อควรระวังด้านกฎระเบียบที่คุณต้องทราบคือ FxPro ได้รับใบอนุญาตจาก FCA (สหราชอาณาจักร) และ CySEC แต่ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก Thai SEC และไม่ได้รับการรับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทย การเทรด CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะกับทุกคน ควรใช้เครื่องคำนวณของเราเพื่อประเมินต้นทุนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

การวางแผนขนาดสถานะและมาร์จินให้สอดคล้องกับเลเวอเรจที่มีให้ใช้

ขนาดสถานะควรกำหนดจากระยะขาดทุนที่คุณรับได้ ไม่ใช่จากมาร์จินที่โบรกเกอร์ให้ยืม เลเวอเรจไม่เกิน 1:200 ผ่านนิติบุคคล SCB Bahamas ขึ้นกับสินค้าเป็นเพียงเพดาน ถ้าคุณใช้เต็มเพดาน ระยะห่างไม่กี่จุดก็เพียงพอที่จะทำให้มาร์จินหมด วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือคำนวณว่าขาดทุนกี่ pip แล้วกระทบเงินทุนกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วจึงคำนวณขนาด lot ย้อนกลับมา

มาร์จินเป็นเพียงเงินประกันที่ถูกกันไว้ ไม่ใช่ต้นทุนจริงของการเทรด ตัวอย่างที่อ้างอิงได้คือสถานะ 0.10 lot ที่ 1:200 ใช้มาร์จินประมาณ $85.50 แต่ผลกำไรหรือขาดทุนเกิดจากราคาที่เคลื่อนไปจริง ไม่ใช่จากมาร์จิน การเข้าใจจุดนี้ช่วยไม่ให้คุณขยายสถานะเพราะเห็นว่ามาร์จินยังเหลือมาก

ควรกันเงินสำรองไว้ให้พ้นจากมาร์จิน เพราะทองคำผันผวนและอาจต้องใช้มาร์จินเพิ่มเมื่อราคาเคลื่อนสวนทาง หากคุณถือสถานะหลายรายการพร้อมกัน มาร์จินที่ต้องใช้จะรวมกันและอาจสูงกว่าที่คาด ถามฝ่ายสนับสนุนว่ามีการหักล้างสถานะที่สวนทางกันหรือไม่ และวางแผนปิดสถานะบางส่วนก่อนที่ระดับมาร์จินจะถูกเรียก เพื่อไม่ให้ถูกบังคับปิดในจังหวะที่แย่ที่สุด

What one trade costs.What one trade costs.ต้นทุนของการเทรดสเปรดคิดเป็น pipแล้วแปลงเป็นเงินตามขนาด lot ของคุณโดยกว้างขึ้นช่วงปิดตลาดนิวยอร์กและช่วงประกาศข้อมูลค่าคอมมิชชันเป็นศูนย์ในบัญชีบางประเภทแต่ไม่ใช่ทุกประเภทควรเทียบต้นทุนรวมทั้งหมดไม่ใช่เพียงสเปรดที่โฆษณาไว้สวอปทุกคืนที่ถือโพซิชันไว้สำหรับโพซิชันทองที่ถือค้างค่าสวอปอาจสะสมเกินค่าสเปรดได้ภายในหนึ่งสัปดาห์การแปลงสกุลเงินหากสกุลเงินในบัญชีของคุณต่างจากสกุลเงินของเครื่องมืออัตราแลกเปลี่ยนอีกตัวหนึ่งจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์
ต้นทุนของการเทรด แยกเป็นส่วนๆ

ต้นทุนของคุณขึ้นอยู่กับอะไร และทำไมปริมาณจึงสำคัญกว่าตัวเลขบนหน้าเว็บ

ต้นทุนจริงของคุณขึ้นอยู่กับสามตัวแปรที่เร่งผลรวมได้แก่ ขนาดสถานะเป็นล็อต ระยะเวลาที่ถือสถานะ และประเภทบัญชีที่คุณเลือก ยิ่งถือสถานะนานข้ามคืนมากเท่าไร swap ก็ยิ่งสะสมมากขึ้น และยิ่งขนาดสถานะใหญ่ขึ้นเท่าไร ต้นทุนต่อ pip ก็ยิ่งสูงขึ้นตามสัดส่วน

ตัวอย่างที่อ้างอิงได้คือที่เลเวอเรจสูงสุด 1:200 ผ่านนิติบุคคล SCB Bahamas ขึ้นอยู่กับสินค้า สถานะทอง 0.10 ล็อตใช้มาร์จินประมาณ $85.50 ตัวเลขนี้เป็นเพียงข้อกำหนดมาร์จิน ไม่ใช่ต้นทุนการเทรด และไม่ควรใช้เป็นเป้าหมายในการเลือกเลเวอเรจ

เราไม่เผยแพร่ตัวเลข spread ค่าคอมมิชชัน หรือ swap เป็นตัวเลขคงที่บนหน้านี้ เพราะตัวเลขเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาดและเงื่อนไขบัญชี การนำตัวเลขเก่ามาแสดงอาจทำให้คุณตัดสินใจผิด เราจึงส่งคุณไปยังเครื่องคำนวณ position size, pip value, margin และ profit ของเราเพื่อคำนวณเคสของคุณเองด้วยข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์ม

วิธีคำนวณต้นทุนต่อรอบการเทรดด้วยตัวเอง

เริ่มจากกำหนดขนาดสถานะเป็นล็อตแล้วแปลงเป็นมูลค่าต่อ pip โดยทอง 1 standard lot = 100 ออนซ์ และ 1 pip = 0.01 จากนั้นนำมูลค่าต่อ pip คูณกับจำนวน pip ของ spread ที่คุณเห็นบนแพลตฟอร์มขณะนั้น บวกค่าคอมมิชชันต่อล็อตหากคุณใช้บัญชี Raw+ หรือ cTrader และบวก swap หากคุณถือข้ามคืน

หากต้องการทราบจำนวนเงินที่ต้องใช้เป็นมาร์จินก่อนเปิดสถานะ ให้ใช้เครื่องคำนวณ margin ของเราโดยใส่ขนาดสถานะและเลเวอเรจที่บัญชีของคุณใช้จริง ที่เลเวอเรจสูงสุด 1:200 ผ่านนิติบุคคล SCB Bahamas ขึ้นอยู่กับสินค้า สถานะ 0.10 ล็อตใช้มาร์จินประมาณ $85.50 แต่ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนตามขนาดสถานะและเลเวอเรจที่เลือก

สำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนและหลังหักต้นทุน เครื่องคำนวณ profit ของเราช่วยให้เห็นว่ากำไรหรือขาดทุนสุทธิเหลือเท่าไรหลังหัก spread ค่าคอมมิชชัน และ swap ซึ่งเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการตัดสินใจว่าต้นทุนการเทรดทองกับ FxPro เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณหรือไม่

Ready to trade gold

Trade XAU/USD with tight spreads on FxPro

FxPro offers gold with competitive spreads, MT4/MT5 and THB bank transfers and Thai-appropriate methods-friendly funding for traders in Thailand.

Start with FxPro →
FAQ

Common questions

การเทรดทองหนึ่งครั้งมีต้นทุนอะไรบ้าง

ต้นทุนประกอบด้วยส่วนต่างราคาซื้อขายที่คุณจ่ายตอนเข้าและออก ค่าคอมมิชชันถ้าบัญชีของคุณคิดแบบนั้น และ swap ถ้าถือสถานะข้ามคืน จำนวนจริงของแต่ละส่วนขึ้นกับประเภทบัญชีและเงื่อนไขที่โบรกเกอร์กำหนด เราไม่ได้ระบุตัวเลข因为这些ขึ้นกับบัญชีของคุณ ควรถามให้ชัดก่อนเทรด

ต้นทุนรวมต่อไม้ขึ้นกับอะไรเป็นหลัก

ขึ้นกับประเภทบัญชี ขนาดสถานะ และระยะเวลาที่ถือสถานะ ขนาด lot ยิ่งใหญ่ ต้นทุนที่เป็นสัดส่วนต่อ pip ก็ยิ่งสูงตาม เพราะ 1 lot คือ 100 oz และ pip คือ 0.01 ส่วนการถือข้ามคืนจะเพิ่ม swap เข้ามา คำนวณผลกระทบด้วยเครื่องมือคำนวณกำไรก่อนตัดสินใจถือสถานะยาว

swap คืออะไรและเกิดตอนไหน

swap คือต้นทุนหรือรายได้จากการถือสถานะข้ามเวลาตัดรอบของโบรกเกอร์ เกิดเมื่อคุณถือออเดอร์ค้างคืน ไม่ใช่ตอนเปิดไม้ระหว่างวัน ทิศทางบวกหรือลบขึ้นกับฝั่งที่ถือและเงื่อนไขที่โบรกเกอร์กำหนด เราไม่ได้ระบุตัวเลข swap เพราะข้อมูลไม่ระบุ ควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์และคิดรวมในแผนถือสถานะยาว

ต้นทุนพวกนี้คิดเป็นเงินบาทได้อย่างไร

แปลงจากดอลลาร์เป็น ฿ ตามอัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้น เพราะ XAU/USD ซื้อขายเป็นดอลลาร์ ต้นทุนต่อไม้จึงขึ้นกับทั้งขนาดสถานะและค่าเงินด้วย ใช้เครื่องมือคำนวณ pip value และกำไรเพื่อดูตัวเลขทั้งสองสกุลพร้อมกัน จะช่วยให้เห็นว่าต้นทุนกินกำไรไปเท่าไหร่ในแต่ละไม้

ทำไมเราไม่บอกตัวเลขสเปรดหรือค่าคอมมิชชันให้ชัด ๆ

เพราะข้อมูลที่เราใช้อ้างอิงไม่ได้ระบุตัวเลขเหล่านี้ และเราไม่ต้องการใส่ตัวเลขที่ตรวจสอบไม่ได้ลงไป ต้นทุนจริงขึ้นกับประเภทบัญชีและเงื่อนไขที่โบรกเกอร์กำหนด ณ เวลานั้น วิธีที่ตรงที่สุดคือสอบถาม FxPro โดยตรง แล้วนำตัวเลขที่ได้ไปคำนวณกับขนาดสถานะของคุณเอง